![]() |
|
Spaces home °º¤ø,¸¸,ø¤º°`°º¤ø,¸ .•°¤...PhotosProfileFriendsMore ![]() | ![]() |
|
°º¤ø,¸¸,ø¤º°`°º¤ø,¸ .•°¤*(¯`°´¯)*¤°•.Love Is Color Blind·*.:。(¯`°.•°•.★* *★ .•°•.°´¯) *¤°•★
July 09 นิสิต ม.เกษตรไรเนี่ย ม.ไรเนี่ยมัยไมมีไรเรยว่ะ ห้างก้อไม่มี ผับก้อมีน้อย บ้านน_กซิบหาย นี่เปงควมคิดแรกที่มีอยู่ในหัวตั้งแต่ได้ ม.เกษตร กำแพงแสน นครปฐม แต่พอมาได้สัมผัสความเปงอยู่นี่ ขอบอกว่าถ้าคุณจะคิดแบบที่ได้กล่าวมานั้นคุณคิดผิดเพราะที่นี่ได้สอนคุณหลายๆอย่าง สอนการอยู่ร่วมกันในสังคมแบบพี่น้องขอย้ำพี่น้องจิงๆ มันเปงสังคมที่แบบว่าไม่มีการหงแก่ตัว ไม่มีการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกัน คือพูดง่ายๆอ่ะมีอะไรก้อช่วยเหลือกัน แดกข้าวก้อแดกด้วยกัน เจอหน้ากันก้อไอ้เหี้ย ไอ้สัด มันทำให้ดูสนิทกันดีอ่ะ(ไม่รุที่อื่นเปงแบบนี้รึป่าว)กรุเหงเพื่อนของเพื่อนกรุนะโว้ยเล่าให้ฟัง เลิกเรียนก้อแยกกันกลับบ้านใครบ้านมัน นิสัยงี้ไม่ต้องพูดเหงแก่ตัวกันมากกกกกกกกกกก ก้อบ้านเพื่อนของเพื่อนกรุอยู่ในกรุงเทพกันหมดงัย มะนไม่ได้อยู่หออ่ะ กรุอ่ะดีใจนโว๊ยที่กรุได้มาที่นี่ ดีแบบโคดๆอ่ะ ไม่รุจะหาคำไหนมาพูดแระ อย่างเวลาแดกเหล้าก้อไปแดกกันทุกคืนยิ่งทำให้พวกกรุสนิทกันมากขึ้นอีก แต่อยู่jorคอมก้อมีข้อเสียอย่างนึง คือพวกกรุอ่ะเปงรุ่นแรงัยอาจารย์ก้อดูแลเหมือนไข่ในหินเรย หอก้ออยู่หอนอก ค่าเทอมก้อแพงกว่าคนอื่นๆ เรยทำให้รุ่นพี่คิดว่าพวกกรุอ่ะไฮโซที่จิงมันไม่ใช่อ่ะเรยเงินจะแดกข้าวงี้ไม่ค่อยมีกันหรอก วิธีการสอนหรือการทำอะไรทุกอย่างเหมือนอย่างบางเขนหมดก้อเหมือนว่าเราอยู่บางเขนอ่ะหล่ะ แต่เราแค่แยกมาอยู่ที่นี่เฉยๆเพราะบางเขนไม่มีพื้นที่ กรุขอฝากถึงรุ่นน้องนะโว๊ยถ้าใครอยากมาที่นี่มาได้เรย ตั้งใจอ่านหนังสือเยอะๆนะ เดวเอ็นไม่ติดเหมือนอย่างที่กรุเคยเจอมาแร้ว ถ้าไม่ได้ที่นี่ช่วยไว้นะโว๊ยกรุว่ากรุคงไม่มีที่เรียนอ่ะ ต้องขอขอบพระคุณสิ่งศักสิทะที่เมตตให้นู่มาอยู่ที่นี่นะค๊ะ ขอบพระคุณมากๆๆค่ะ
ปล.กรุคิดถึงเพื่อน603มากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกไว้เจอกันค่อยไปแดกเหล้านะจ๊ะ กรุฮักพวกมึงหลายๆๆๆ
ขอบคุณเพื่อนๆที่ม.เกษตร กรีน ติดตี่ ไอ้กอล์ฟ กอล์ฟ พี่อ้อ อิ๋ว ปาล์ม ทัด พี่ฟิวส์ ไอ้บาส ไอ้หมี ไอ้กอ ไอ้บิ๊ก ไอ้ดอส พี่บี้ โม นคร นัน โน๊ต มีน เบิร์ด เบส ต้าร์ บูม บุ้ง โม และอีกหลายๆคนที่ไม่ได้เอ่ยนาม ที่สอนค่ำว่าเพื่อน เปงงัย ขอบคุณพวกมึงนะโว๊ย กรุรักพวกมึงว่ะ สัด........เหี้ย...เวร เหอๆๆๆๆ(โปรดอย่าคิดมากมันเปงคำที่เรใช้ประจำ)
ขอบคุณอาร์ม วิดวะ เกษตรนะ สำหรับลูกอม เหอๆ
ขอบคุณพี่ตองที่ให้ข้อคิดว่าการอยู่ที่นี่ดีขนาดไหน
ขอบคุณพี่ท็อปพี่ชายที่แสนดี นู๋อ่ะไม่เคยมีพี่ชายเรย นู๋ดีใจมากที่พี่บอกว่าพี่รับนูเปงน้องสาว ขอบคุณมากนะค๊ะที่ชวนไปแดกเหล้าทุกคืน จนไม่ได้หลับได้นอนกันทีเดว
ขอบคุณพี่อั้มสำหรับคำแนะดีๆนะค๊ะ ถึงพี่ไม่พูดนู๋ก้อรุว่าพี่จะเตือนอะไรพวกนู๋
ขอบคุณพี่โหน่ง พี่เกร็ก พี่กอล์ฟ พี่นัท พี่ไก่ พี่ป้อม พี่เบ้น พี่เอ้ย และพี่ๆทุกคนในบ้าน ที่ให้การต้อนรับและไม่เคยรังเกียจพวกนู๋เรย
ขอบคุณบ้านนะค๊ะสำหรับสถานที่ดีๆในการแดกเหล้า
January 08 เขียนถึงคนบนฟ้ามันคงเป็นความจริงที่บอกเอาไว้ว่า คนเราเมื่ออยู่ใกล้กันนานเท่าไหร่ ความผูกพันก้อยิ่งก่อตัวมากมายมากขึ้นเท่านั้น และคนเรามักจะมองข้ามโอกาสดีๆที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเมื่อพบเจอกับความสุขโดยไม่คิดถึงว่าโอกาสนั้นจะผ่านเราไป และกลับเป็นเหมือนอย่างที่เคยคงเป็นไปไม่ได้ เพลงเขียนถึงคนบนฟ้า เพิ่ง รู้ ว่า เหนื่อย แค่ ไหน ที่ต้องใช้ ชีวิตลำพัง ฟ้าทุกเช้า มันอ้างว้าง ตั้งแต่ เธอจากไป ชีวิตต้องเดินก็รู้ แต่ไม่รู้จะเดินเพื่อใคร ดาวบนฟ้าคว้ามาได้ ใครจะร่วมชื่นชม ยามค่ำคืน ยังยืนมอง ขอบฟ้า เธอสบตา กับฉันบ้าง หรือเปล่า คิดถึง เธอคนที่ ดีที่สุด ถึงแม้ได้พูดในวันที่มันสาย ยังคงรักเธอเธอได้ยินฉันไหมอยู่แห่งไหน หัวใจมีแต่เธอ เพิ่งรู้ว่ากอดมันหวาน เมื่อเธอนั้นไปไกลลับตา ใช้ทั้งสองมือไขว้คว้า คงไม่มีค่าใด ห้องน้อยของเธอกับฉัน ที่วันนั้นมันดูแคบไป เพิ่งจะรู้มันดูกว้างใหญ่ เกินจะนอนคนเดียว ยามค่ำคืนยังยืนมองขอบฟ้า เธอสบตากับฉันบ้างหรือเปล่า คิดถึงเธอคนที่ดีที่สุด ถึงแม้ได้พูดในวันที่มันสาย ยังคงรักเธอ เธอได้ยินฉันไหม อยู่แห่งไหน หัวใจมีแต่เธอ คิดถึงเธอคนที่ดีที่สุด ถึงแม้ได้พูด ในวันที่มันสาย ยังคงรักเธอ เธอได้ยินฉันไหม อยู่แห่งไหน หัวใจมีแต่เธอ ได้ยินไหม...คิดถึงเธอ September 29 นิยามของเพื่อน กับคําสอนของพ่อเด็กน้อยคนหนึ่งที่สีหน้าแสดงอารมณ์ไม่ค่อยจะดีนัก พ่อของเขาจึงให้ตะปูกับเขาหนึ่งถุง และบอกกับเขาว่า "ทุกครั้งที่เขารู้สึกโมโห หรือโกรธใครสักคนให้ตอกตะปู 1 ตัวเข้าไปกับรั้วที่หลังบ้าน" วันแรกผ่านไปเด็กน้อยคนนั้นตอกตะปูเขาไปที่รั้วหลังบ้านถึง 37 ตัว และก็ค่อย ๆ ลดจำนวนลงเรื่อย ๆ ในแต่ละวันที่ผ่านไป ก็ลดจํานวนลง น้อยลง น้อยลง เพราะเขารู้สึกว่า การรู้จักควบคุมอารมณ์ของตนเอง ให้สงบง่ายกว่าการตอกตะปูตั้งเยอะ และหลังจากที่เขาสามารถควบคุมตนเองได้ดีขึ้นใจเย็นมากขึ้นเขาจึงเข้าไปพบกับพ่อและบอกกับพ่อว่า เขาสามารถควบคุมอารมณ์ตนเองได้แล้วไม่มุทะลุเหมือนแต่ก่อนที่เคยเป็นมา พ่อยิ้ม และบอกลูกชายว่า "ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงเจ้าต้องพิสูจน์ให้พ่อรู้โดยทุกๆ ครั้งที่เขาสามารถควบคุมอารมณ์ ฉุนเฉียวของตนเองได้ ให้ถอนตะปูออกจากรั้วหลังบ้าน 1 ตัว ทุกครั้ง" วันแล้ววันเล่าเด็กน้อยคนนั้นก็ค่อยๆ ถอนตะปูออกทีละตัว จาก 1 เป็น 2 .... จาก 2 เป็น 3 จนในที่สุดตะปูทั้งหมดก็ถูกถอนออกจนหมด เด็กน้อยดีใจมากรีบวิ่งไปบอกกับพ่อเขาว่า "ฉันทำได้ ในที่สุดฉันก็ทำจนสำเร็จ!!" พ่อไม่ได้พูดอะไร แต่จูงมือลูกของเขาออกไปที่รั้วหลังบ้าน และบอกกับลูกว่า "ทำได้ดีมาก ลูกพ่อ และเจ้าลองมองกลับไปที่รั้วเหล่านั้นสิ เจ้าเห็นหรือไม่ว่ารั้วนั้นมันไม่เหมือนเดิม ไม่เหมือน..กับที่มันเคยเป็น จำไว้นะลูกเมื่อใดก็ตามที่เจ้าทำอะไรลงไปโดยใช้อารมณ์ สิ่งนั้นมันจะเกิดเป็นรอยแผลเหมือนกับการเอามีดที่แหลมคมไปแทงใครสักคน ต่อให้ใช้คำว่า"ขอโทษ"สักกี่หนก็ไม่อาจลบความเจ็บปวดหรือรอยแผลที่เกิดขึ้นกับเขาคนนั้นได้ฉันใดก็ฉันนั้น "กับเพื่อน" .. เพื่อนเปรียบเสมือนอัญมณีอันมีค่าที่หายากเป็นคนที่ทำให้เรายิ้มเป็นคนที่คอยให้กำลังใจ และยินดีเมื่อเราพบกับความสำเร็จเป็นคนที่คอยปลอบใจเราเมื่อยามเศร้า ร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเราและจริงใจกับเราเสมอ..แสดงให้เขาเห็นว่าเราห่วงใยเขามากแค่ไหนและระวังสิ่งที่เราทำไป ไม่ว่าจะเป็นคำพูดหรือการกระทำ และจงจดจำไว้เสมอว่า "คำขอโทษ " ไม่ว่าเขาจะยกโทษให้เราหรือไม่ก็ตาม แต่สิ่งที่มันเกิดขึ้น คือรอยร้าวที่เขาคงไม่อาจลืมมันได้ ...... ตลอดไป" หวังว่านิทานนี้คงช่วยให้พวกเราอยู่ร่วมกัน ทำงานร่วมกัน คบกัน ด้วยความรู้สึกที่ดีต่อกันขึ้นเรื่อยๆ ตลอดไป..... |
|
||||||||||||||||||
|
|